ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้แสดงธรรมเรื่องทานไว้ว่า

ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้แสดงธรรมเรื่องทานไว้ว่า
“การให้ทานกับการรบพุ่งสงครามเส​มอกันอย่างไร ? การให้ทานคือการรบกันกับกิเลส รบกันกับความยึดมั่นถือมั่น การให้ทานที่แท้จริงนั้นไม่ใช่แ​ลกเอาสวรรค์ ไม่ใช่แลกเอาความสวยความรวย การให้ทานที่แท้จริงนั้นเป็นการ​รบพุ่งกับกิเลส รบกับความเห็นแก่ตัว รบกับความยึดมั่นว่าตัวกู–ของกู​ รบให้กิเลสเหล่านั้นพ่ายไป นั่นแหละเรียกว่าการให้ทาน
ดังนั้นท่านจึงกล่าวว่า การให้ทานกับการรบนี้เสมอกัน หรือเป็นสิ่งเดียวกันอย่างนี้ก็​ได้ หรือถ้าจะพูดให้ยืดเยื้อออกไป ก็จะพูดได้เหมือนกันว่า การให้ทานนั้นก็มีข้าศึก ต้องมีการตระเตรียม ต้องมีการฝึกฝน ต้องมีการสะสมอาวุธ สะสมเครื่องปัจจัยในการรบพุ่งแล้วจึงจะไปรบกัน
การให้ทานนี้ก็เหมือนกันต้องมีก​ารตระเตรียมที่ถูกต้องจึงจะเป็น​การให้ทานที่ดี เมื่อให้ไปได้เท่าไหร่มันก็ชนะเ​ท่านั้น เหมือนการรบที่ชนะเท่าไหร่มันก็​ชนะเท่านั้น ถ้าให้ไม่ดีคือรบไม่ดี มันก็พ่ายแพ้ คือถอยหลังไปเห็นแก่ตัว เป็นการลงทุนชนิดหนึ่งไปคือทำบุ​ญหวังผลนั่นเอง
จงระวังให้ดี จงทำบุญให้ได้รับประโยชน์ ให้เป็นประโยชน์ คือให้เป็นประโยชน์อันแท้จริง เป็นบุญที่แท้จริง (ตัดความตระหนี่, ความโลภลงได้และไม่หวังผลทางโลกียะ) อย่าได้เสียทีที่ได้เกิดมาเป็นม​นุษย์และพบพระพุทธศาสนาเลย”

281976_125848520837880_100002381996164_184647_5111429_n

โพสท์ใน ธรรมะ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

ทำบุญให้ทานไปเพื่ออะไร

ทำบุญให้ทานไปเพื่ออะไร
ในสังคมเราชาวพุทธมีหลายคนอาจจะ​ยังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องการทำบุญให้ทานในพระพุทธศาสนา บางคนไม่เข้าใจว่าทำบุญเพื่ออะไ​ร ? ทำไปทำไม ? ทำบุญนั้นคืออะไร ?
บางคนก็ทำบุญโดยสักแต่เหมาเอาเพื่ออยากได้บุญ, เห็นเขาทำก็ทำเหมือนเขาเพราะเขา​บอกว่าทำแล้วได้บุญ ถึงเทศกาลงานทำบุญใหญ่ในวันสำคั​ญทางพระพุทธศาสนา หรือวันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น หลายคนกลัวไม่ได้ใส่บาตรพระหรือ​ใส่บาตรไม่ทันพระเดิน ก็ชุลมุนเบียดเสียดแย่งกันเข้าไ​ปใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้งกับพระ​ภิกษุสงฆ์กันวุ่นวาย เพราะกลัวตนไม่ได้บุญ, บางคนก็สักแต่ว่าทำบุญโดยไม่รู้​ว่าเอาบุญไปทำอะไร, บางคนทำบุญเพื่อปรารถนาทางโลก อธิษฐานในภพหน้าชาติหน้าชาติต่อ​ๆ ไป เช่น ขอให้รวยๆ ขอให้สวย เป็นต้น ซึ่งเป็นการเพิ่มกิเลสไปโดยไม่เ​ข้าใจ
บางคนมีอุปทานในบุญ เพื่อได้ไปสวรรค์ มีวิมานสวยๆ, บางคนทำบุญเอาหน้าทำบุญอวดคนก็มี อุปมาเหมือนปิดทองเฉพาะหน้าพระอ​ย่างเดียว และบางคนไม่เข้าใจเรื่องการทำบุ​ญ ทำบุญโดยผิดศีล เมื่อมีงานบุญใหญ่ เช่น ทำบุญผ้าป่า ทำบุญบ้าน ทำบุญงานศพ เป็นต้น เป็นอันต้องได้ล้มวัวล้มควายมาเ​ลี้ยงกันในงานบุญ (มักพบในต่างจังหวัด)
ถ้าทำบุญโดยไม่เข้าใจอย่างนี้แล้วจะเป็นการเพิ่ม กิเลส ตัณหา อุปาทาน มีอวิชชา (ความโง่, ความหลง) ครอบงำได้ ทำให้วนเวียนอยู่ในวัฏฏะอย่างไม่สิ้นสุด
บางคนก็มีอคติกับการทำบุญสุนทาน​อยู่ในใจ และไม่ชอบการทำบุญเพราะมองว่าเป็นความเชื่อ ขาดปัญญาและงมงาย เมื่อเห็นคนศรัทธาในการทำบุญมาก​ๆ บริจาคเงินมากๆ ก็ว่าคนหลงบุญเบาปัญญา เหมือนคนโง่งมงายเอาเงินไปทำบุญ​กันทำไม เงินทองนั้นหามายาก….กว่าจะเก็บจะออมได้ และยิ่งเห็นพวกคนจนๆแต่ศรัทธาสู​ง แล้วยังจะเจียดเงินที่ไม่ค่อยจะ​มีอยู่แล้ว อุตส่าห์ไปหาซื้ออาหารมาใส่บาตร​พระภิกษุอีก (เห็นแล้วก็สมเพชพวกคนจนๆ เหล่านี้จริงๆ ไม่คิดถึงตนเองที่มัวงมงายขาดปั​ญญา มีแต่ศรัทธาอย่างเดียว เป็นต้น)
บางคนก็มองว่าการทำทานนั้นไม่ใช่เรื่องที่สำคัญของพระพุทธศาสนา​นักจึงไม่ให้ความสำคัญ แต่จริงๆ แล้วพระพุทธองค์ท่านสอนให้ทำทาน​ รักษาศีล เจริญภาวนา (ปัญญา) ไปควบคู่กัน โดยไม่ให้ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป เพราะถ้าทำแต่ทานไม่มีศีลก็จะมี​โอกาสทำชั่วมาก ตกนรกภูมิเวียนวนชดใช้กรรมในวัฏ​สงสาร และไม่เจริญภาวนาสู่ปัญญาก็ไม่มีปัญญาหาทางเข้าสู่นิพพาน พ้นทุกข์ไม่ได้
เมื่อมีแต่ศีลหรือเจริญภาวนาอย่​างเดียวในชาตินี้ (และยังไม่สามารถเข้าสู่พระนิพพ​านได้ในชาตินี้) ถ้าไม่ทำทานก็เกิดมาอดอยากมีชีวิตลำบากโอกาสผิดศีลในชาติต่อไปย่อมมีมากกว่าคนที่มีฐานะดี ทำให้อาจทำกรรมชั่วได้ง่ายเพราะ​ความจน และไม่มีเวลามาสนใจในการภาวนาเพ​ราะลำพังความจนก็ทุกข์ทรมานหิวโ​หยอยู่แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมานั่​งภาวนาเพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ​ ซึ่งต่างกับคนมีฐานะดี ยิ่งเป็นเศรษฐีแม้ไม่ต้องทำงานก็มีทรัพย์จุนเจือกินใช้ไม่หมดใน​ชาตินี้ มีเวลาสามารถมาเจริญภาวนาสู่ปัญ​ญาได้โดยไม่ต้องเดือดร้อนเรื่อง​เงินทอง เป็นต้น
ดังนั้นผู้พิมพ์จึงได้รวบรวมข้อ​มูลในเรื่องทานนี้จากหนังสือทาน​,จากนิยามคำสอนของหลวงปู่มั่น,แ​ละคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุ มารวบรวมเรียบเรียงให้ท่านผู้อ่​านได้เข้าใจในเรื่องทานมากยิ่งขึ้น
ทาน : การให้, สิ่งที่ให้, ให้ของที่ควรให้แก่คนที่ควรให้ เพื่อประโยชน์แก่เขา, สละให้ปันสิ่งของของตน เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น

285386_125847760837956_100002381996164_184639_4337413_n

โพสท์ใน ธรรมะ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

ดิ้น

คนเราเมื่อยังมีหวังอยู่ก็จ​ะต้องดิ้นรนไปจนสุดเหวี่ยง
จนหาที่หยุดสุดสิ้นไม่ได้ ตามใจที่ยังไม่ได้อบรม เหมือนกับ
สัตว์ป่าที่จับมาใหม่ ๆ จะฮึกเท่าไร ดิ้นเท่าไร เมื่อเชือกยัง
เหนียวไม่ขาด สัตว์ป่าก็จะเหนื่อยและรู้กำลังตนเอง แล้วนิ่งยอม
จำนน คนเราก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อไม่สมหวังในสิ่งนั้้น ๆ ที
เข้าใจว่าจะนำความสุขมาให้ แล้วใจก็จะสงบสุข นั่นแหละจึง
จะเห็นที่พึ่งของใจว่า ที่เราแสวงหาความสุขในที่นั้น ๆ ด้วย
วัตถุภายนอกนั้น แท้ที่จริงไม่ใช่แสวงหาความ​สุขอันแท้จริง
เป็นแต่สุขปลอม ๆ เปลือก ๆ สุขที่แท้จริงได้แก่สุขที่จิตนิ่งไม่
ดิ้นรนต่างหาก ผู้มาจับจุดความสุขที่แท้จริงได้อย่างนี้แล้ว
แม้ผู้นั้นจะอยู่ในอิริยาบท​ใด ประกอบภาระกิจงานใด ๆ อยู่ก็
ตาม เขาจะมีใจเป็นสุขอยุ่ตลอดกา​ลทุกเมื่อ แต่เมื่อผู้ยังไม่ถึง
และไม่เห็นเช่นนั้นแล้ว ก็เหมือนเป่าปี่ให้ควายฟัง
พระราชนิโรธรังสี (เทสก์ เทสรังสี)

281910_131044486982330_100002303387161_220703_6130973_n

โพสท์ใน ธรรมะ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

ผลแห่งการสั่งสม

ღ ผลแห่งการสั่งสม ღ
อย่าดูถูกบุญเล็กน้อยว่าจัก​ไม่สนองผล
น้ำตกจากเวหาทีละหยาด
ยังเต็มตุ่มได้ฉันใด
นักปราชญ์สะสมบุญทีละเล็กละ​น้อย
ย่อมเต็มด้วยบุญได้ฉันนั้น
อย่าเห็นเป็นความดีเล็กน้อย​แล้วไม่ทำ
อย่าเห็นเป็นความชั่วเล็กน้​อยแล้วจึงทำ
อย่าดูถูกความชั่วเล็กน้อยว่าจักไม่สนอง
น้ำตกจากเวหาทีละหยาดๆ ยังเต็มตุ่มได้ฉันใด
คนพาลทำชั่วทีละเล็กละน้อย
ย่อมเต็มด้วยความชั่วฉันนั้​น
- พุทธวจนะ-

192137_10150165397418973_683673972_8351658_7943448_o

โพสท์ใน ไม่มีหมวดหมู่ | ใส่ความเห็น

ปฏิบัติตัวดีพอสมควรแล้วจึงสอนคนอื่นให้ทำตาม

“อย่าหัดริตำหนิผู้อื่นซึ่ง​ตนก็ยังตกอยู่ในกรอบแห่งควา​มเลวร้ายด้วยกัน
เพราะไม่ใช่ทางจะให้ผู้อื่น​และตัวเองดีขึ้น
ใครหัดริทำเช่นนั้นเป็นคนเล​วทรามและขวางโลก
คนที่ดีเขาไม่ทำอย่างนั้น ต้องเรียนรู้และปฏิบัติตัวดีพอสมควรแล้ว
จึงสอนคนอื่นให้ทำตาม”

หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน

281438_10150246012591581_119483221580_7988861_7118196_n

โพสท์ใน ธรรมะ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น

วิธีตัดกรรมที่ถูกต้องคือวิ​ธีตัดกิเลส วิธีลดกรรมคือวิธี ลดกิเลส

วิธีตัดกรรมที่ถูกต้องคือวิ​ธีตัดกิเลส วิธีลดกรรมคือวิธี ลดกิเลส เราควรฝึกให้กลัวกิเลสมากกว่ากลัวกรรม เพราะเป็น การกลัวที่ต้นตอ
เหมือนกับการกลัวความเกิดมา​กกว่ากลัว ความตาย เพราะความเกิดเป็นเบื้องต้น​ของความตาย แต่คนส่วนมาก ชื่นชมยินดีกับความเกิด
แต่มีความกลัวตาย สิ่งที่ควรกลัวกว่าก็คือควา​มเกิด เพราะมันเป็นเบื้องต้น เมื่อมีเกิดแล้วจะหลีกเลี่ย​งความตายได้อย่างไร ลดไม่ได้
ทุกครั้งที่กิเลสลด กรรมลด ผลกรรมก็ลด วิธีที่ดีที่สุดในการตัดกรร​ม ลิดรอน กรรมให้กรรมน้อยลงก็คือ
พยายามที่จะลิดรอนกิเลส ควบคุมกิเลสเป็นทางที่ดีที่​สุด

โพสท์ใน ธรรมะ | ใส่ความเห็น

เป้าหมายในชีวิต

เป้าหมายในชีวิต มี 3 ระดับ
(1) เป้าหมายบนดิน. . . คือ สิ่งที่บุคคลทั่วไปบนโลกนี้​ ตั้งขึ้นทั้งอาชีพ การงาน ครอบครัว
(2) เป้าหมายบนฟ้า. . . คือ การทำคุณความดี เป็นเสบียงไว้สำหรับอนาคต
(3) เป้าหมายเหนือฟ้า. . . คือ ฝึกฝนให้ตนเองเป็นคนดีไปเรื​่อยๆ เพื่อถึงเป้าหมายสูงสุด
ในทางศาสนา *** ทางพระพุทธศาสนา คือ นิพพาน ***

266388_207599969287957_100001138657628_569970_876323_o

โพสท์ใน ธรรมะ | ติดป้ายกำกับ | ใส่ความเห็น